ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ทีเดียวกับผลรางวัลออสการ์ บ้างก็ว่า Birdman ไม่ควรได้ ต้อง Boyhood สิ บ้างก็ว่า เอดดี เรดเมย์น นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก The Theory of Everything ก็ยังดูไม่ถึง นักแสดงนำหญิงก็อยากให้เป็น โรซามันด์ ไพค์ จาก Gone Girl มากกว่า จูเลียน มัวร์ จาก Still Alice คาใจกันนัก บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ เลยไปคุยกับเกรียงศักดิ์ ศิลากอง ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ หรืออีกชื่อที่คนรู้จักคือ วิคเตอร์ นักวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดัง ให้รู้แล้วรู้รอดว่าเขารู้สึกอย่างไรกับ 3 รางวัลใหญ่ออสการ์ปีนี้
เราเปิดฉากถามเข้าว่าทำไม ออสการ์ ปีนี้ต้องเป็น Birdman ที่ได้หนังยอดเยี่ม "Birdman เป็นหนังที่ท้าทายทั้งคนทำและคนดู" วิคเตอร์ เอ่ยทันที "มันมีความซับซ้อนของเรื่องเป็นการนำละครเวทีมาซ้อนหนังอีกที ซ้อนไปซ้อนมา เป็นการเขียนบทที่ซับซ้อนพอสมควร ในตัวเนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวละคร ผมว่ายากมากที่จะทำให้หนังแบบนี้สนุก ต้องยอมรับว่าผู้กำกับ Birdman เก่งมาก เขามีลีลาที่เหนือชั้นกว่าเรื่องอื่นๆ
นอกจากนี้ Birdman ยังกัดจิกวงการภาพยนตร์ได้กำลังงาม ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาเสียดสี หนังเรื่องนี้มีความสมบูรณ์ในตัวของมันเอง ทั้งปมของตัวละครที่น่าค้นหาเดาไม่ถูก อันนี้คือความสำเร็จที่ทำให้คนดูตื่นตาตื่นใจ ที่สำคัญถ่ายภาพได้เก๋มาก"
ทำไม Boyhood ไม่ได้ คำถามนี้หลายคนติดใจ "สำหรับผมรู้สึกว่าไม่ชอบวิธีการของ Boyhood ที่ใช้รูปแบบ Real Time รอให้นักแสดงโต อันนี้ถือว่าเป็นการต่อต้านวิธีการทำหนัง" ต่อต้านวิธีการทำหนัง คำนี้ดูแรงทีเดียว "คือการทำหนังจะเหมือนจริงไม่จริงก็ได้ แต่อย่าลืมว่าศาสตร์ของภาพยนตร์คือ ศาสตร์แห่งการ Make Believe หรือการทำให้เราเชื่อ ดังนั้นการทำให้เชื่อสำหรับผมนะไม่ต้องทำให้จริง คุณก็แต่งหน้าคนนั้นให้เขามีอายุขึ้น ใส่เสื้อผ้าให้ดูแก่ขึ้น หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะ Make Believe ได้โดยที่ไม่ต้องใช้เวลาถึง 12 ปี ซึ่งผมรู้สึกว่าตรงนี้แหละไม่ใช่งานศิลป์ของ Cinema"
Imitation Game คอหนังดราม่าก็ชอบมากอรรถรสของหนังครบทำไมพลาด "อันนี้เขาเรียกว่าหนังสูตร ตรงนี้ทำให้ด้อยกว่า Birdman หนังเขียนแบบสูตร Imitation Game มาถึงก็ทำร้ายตัวละคร โดนบีบบังคับ กดดันสารพัด แล้วก็มาคลายว่าคนนี้คือคนที่เปิดปมทุกอย่าง คลายปัญหาทุกอย่าง สุดท้ายกลายเป็นฮีโร่ หนังสูตรแบบนี้เอาไปเทียบกับ Boyhood หรือ THE GRAND BUDAPEST HOTEL ก็น่าจะด้อยกว่าแล้ว ด้อยกว่าในแง่ของความซับซ้อนของหนัง"
แปลว่าภาพรวมรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปีนี้โอเค "ปีนี้ต้องนับถือความกล้าหาญของออสการ์ที่นำหนังหลากหลายสไตล์มาเข้าชิงกัน แต่ Birdman คือคำตอบที่ลงตัว หลายๆ ปีที่ผ่านมาผมไม่ค่อยชอบอย่าง ARGO ผมไม่โอเคมากๆ"
เอดดี เรดเมย์น ดีใจที่สุดในโลก
มาถึงรางวัลนักแสดงชายที่ ไมเคิล คีตัน เต็งจ๋าที่ใครๆ คิดว่าได้ชัวร์ สุดท้ายกับคว้าน้ำเหลว "โอเคนะที่ไมเคิล คีตันไม่ได้ เพราะว่า Birdman ได้รางวัลใน 4 สาขาที่สมบูรณ์แบบ กับ เอดดี เรดเมย์น จาก The Theory of Everything เอาตามตรง ผมไม่เชียร์คนนี้เลย" วิคเตอร์กล่าวตรงๆ ว่าไม่เชียร์นักแสดงนำชายที่คว้าออสการ์ปีนี้ แต่เขาก็ปกป้อง เอดดี เรดเมย์น เมื่อเราถามว่าเจ้าของบท สตีเฟ่น ฮอกกิ้น ได้รางวัลนี้เพราะออสการ์ชอบนักแสดงที่เล่นไปเป็นคนป่วยหรือเปล่า?
"ถ้าจะพูดอย่างนี้ก็ไม่แฟร์สำหรับนักแสดงไปหน่อย เพราะเขาก็เล่นได้ดี แต่ผมแค่รู้สึกว่าเปรียบเทียบกับผู้เข้าชิงบางคน ผมชอบเขาเหล่านั้นมากกว่า คิดว่าอาจจะได้เพราะเป็นเรื่องของชาตินิยม ยกย่องคนอเมริกันกันเองอันนี้เป็นไปได้นะ แต่ถ้าถามว่าเอดดี เรดเมย์น ความสามารถผ่านมั้ย บอกเลยว่าผ่าน คนที่เข้าชิงปปีนี้ไม่มีใครน่าเกลียดเลย เพียงแต่ว่า เอดดี เรดเมย์น อ่อนไปนิดนึง ถ้าเทียบ สตีฟ คาเรล จาก Foxcatcher ที่ทำให้เชื่อได้มากกว่า
แมทธิว แม็คคอนนาเฮ ดีใจกับ จูเลียน มัวร์
บันเทิงไทยรัฐ ออนไลน์ ถามต่อถึงรางวัลนักแสดงนำหญิง "บทนี้ของ จูเลียน มัวร์ เป็นรางวัลที่นอนมาเลย เป็นนักแสดงที่มีเสน่ห์ จะบทเล็กบทน้อยเขาทำได้ดี เธอคือนักแสดงที่เก่งที่สุดในโลกคนหนึ่ง เข้าสมควรจะได้แล้วกับ Still Alice แต่ผมก็รู้สึกเสียดายนักแสดงคนอื่นนะ ผมชอบ โรซามันด์ ไพค์ จาก Gone Girl มาก เพียงแต่ว่าเขามาผิดเวลา เพราะมาตอนนี้เจอท่านผู้หญิงจูเลียน มัวร์เข้าไป (หัวเราะ) สาวน้อยที่เพิ่งมารับบทแรงก็ต้องรอก่อน"
เข้าชิงมา 5 ครั้งทำไมปีนี้ จูเลียน มัวร์ มาชนะใจออสการ์ได้เอาครั้งนี้ เรายิงคำถามนี้ใส่ วิคเตอร์ "ผมว่าที่ 5 ครั้งที่เข้ามาของ จูเลียน มัวร์ เขาควรจะได้มาตั้งนานแล้ว ผมรักนักแสดงคนนี้จริงๆ ต้องบอกเลยว่าปีนี้เขามาถูกเวลา ถูกจังหวะ หนังส่งให้เขาแผลงฤทธิ์ได้ดี"
นักแสดงที่ดีควรเป็นอย่างไร คิดว่าหลายคนคงอยากทราบมุมมองของนักวิจารณ์หนังชื่อดัง "นักแสดงที่ดีต้องเล่นเหมือนไม่เล่น" วิคเตอร์ ให้คำนิยาม
"นักแสดงต้องเล่นเป็นแบบที่ต้องเป็นในตัวละครได้จริง อย่างไม่ต้องพยายาม ซึ่งคุณสมบัตินี้มีอยู่ในจูเลียน มัวร์ เขาเล่นเหมือนไม่ได้เล่นเลย ดูแล้วตกใจมากเลยว่า เฮ้ย! เขาเล่นได้ไง ตอนที่เขาความจำหายผมรู้สึกว่าเขาเล่นได้ไงเขาค่อยๆ เล่นจนกระทั่งความจำเสื่อมรุนแรง ดีกรีการเล่นของจูเลียน มัวร์ แบบดีกรีที่นักแสดงชั้นยอดเขาทำกัน เรื่องนี้ จูเลียน มัวร์ ฝีมือเด็ดขาดสมควรแล้วที่จะได้ นักแสดงหญิงคนอื่นที่เข้าชิงก็ทำดีแล้วนะ แต่ผิดเวลาไปหน่อยที่มาเจอป้าแกปีนี้ (หัวเราะ) ปีนี้ต้องให้เขาจริงๆ คนอื่นก็เลยจบข่าว รอลุ้นปีหน้า"
ที่มา: thairath.co.th